อยู่ๆ ก็อยากทำช็อคโกแลตดูบ้าง เลยถาม เชฟหวาน (เพื่อนเลิฟ) ว่ามีสูตรทำช็อคโกแลตอะไรบ้างมั้ยที่มันง่ายๆ อุปกรณ์อะไรโน่นนี่สำำหรับทำขนมที่บ้านไม่ีมี นอกจากเตาแก๊สกับตู้เย็น เชฟหวานก็บอกว่า มีนะ ก็เลยจัดเมนูช็อคโกแลตมาให้สูตรนึง คือ Chocolate Truffles  ต่อไปเป็นสูตรของเชฟหวาน ออมรับรองว่าไม่ได้คิดเอง วิธีทำก็ไม่ได้ดั้นเอง ดังนั้น ปลอดภัย แน่นอนค่ะ (ทำไมยังคงมีผู้หวาดกลัวเมนูที่เก๊าทำอยู่เยย มันตั้งนานมาแล้วน้า เดี๋ยวนี้เก๊าพัฒนาแว้วว) 
 
 
Chocolate Truffles 
 
 ส่วนผสม

1.ช็อกโกเเลตชนิดกึ่งหวาน (ดูเปอร์เซ็นช็อกโกเเลต 58%) 110 กรัม (1/2ถ้วย) เเละ milk chocolate 110 กรัม (1/2 ถ้วย)
2.วิปครีม 1/2 ถ้วย (บรั่นดี เช่น ทริปเปิ้ลเชค หรือเเฟรมบวส (ไม่ใส่ก็ได้) )
3.ผงโกโก้ชนิดไม่หวาน สำหรับคลุก
 
 วิธีทำ 
 
1.ใส่ช็อกโกเเลต ในชามทนความร้อนขนาดใหญ่ นำครีมตั้งไฟให้พอเดือด เเล้วเทใส่ชามช็อกโกแลต นำบรั่นดีลงไปผสมหากต้องการ ปิดไว้ด้วยพลาสติกถนอมอาหาร ทิ้งไว้ 10 นาที เเละคนประมาณ 15 นาทีจนกระทั่งเนียน พักไว้จนเนื้อข้น 
 
2.เทช็อกโกเเลตลงในจานตื้น หรือถาดทำพายเเล้วคลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร เเละเเช่เย็นไว้ 30 นาที จนส่วนผสมเย็นจัดอยู่ตัวเเต่ยังจับปั้นได้
 
3.ใช้ช้อนชาหรือช้อนตักเนื้อเเตงโมงขนาด 1/2 นิ้ว ค่อยๆตักส่วนผสมช็อกโกเเลตให้เป็นก้อนกลม เเละนำไปวางเรียงในถาดอบที่ปูด้วยกระดาษรองอบ ทำจนช็อกโกแลตจนหมด นำทรัฟเฟิลเเช่เย็นอีกประมาณ 10 นาที
 
4.โรยผงโกโก้ลงบนมือ เเละใช้มือหยิบทรัฟเฟิลทีละชิ้นคลุกกับผงโกโก้ให้ทั่ว ค่อยๆประคบให้เเต่ละชิ้นกลมดี นำทรัฟเฟิลที่คลุกแล้วใส่ภาชนะที่ปิดสนิทเเละเเช่เย็นไว้จนกระทั่งจะนำมาใช้ (สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์)
 
 
 ทำความเข้าใจกันนิดนึงนะก๊ะ
 
หากจะลองทำตามดูก็ทำตามสูตรที่เชฟหวานได้ให้ไว้ข้างต้นนะคะ เพราะว่านอกจากสูตรของเชฟหวานแล้ว เนื้อหาต่อไปนี้ ไม่ได้ทำ How to นะคะ เป็นบันทึกการทำขนมครั้งแรกของเ้จ้าของบล๊อกเท่านั้นค่ะ 
 

 
เอาล่ะ ต่อกันเลยดีกว่านะคะ หลังจากได้สูตรมาดังนั้น เราก็เลยจัดการลองทำดู วันศุกร์เลยไปซื้ออุปกรณ์โดยหวานพาไปหาซื้อ ตอนแรกไปหาในซูเปอร์ที่พาราก้อนไม่มี เลยโทรไปถามหญิง (เพื่อนที่ชอบทำขนมอีกคน) เลยได้แหล่งว่าที่สยามก็มีขายอุปกรณ์เหมือนกัน หญิงบอกซอย 3 แต่มันผิด มันต้องซอย 2 ขอบคุณพี่ไอซ์ที่ชี้พิกัดให้นะคะ
 
เริ่มจากไปซื้อช็อคโกแลตที่ร้าน บิ๊ก ตรงสยามซอย 2 ใกล้ๆ กับร้านนูเดิ้ล กับไปซื้อตะกร้อเล็กๆ จากไดโซะ (ร้านบิ๊กวันนั้นมีแต่ขนาดใหญ่ไป เลยไม่ได้ซื้อมา)
 
ช็อกโกเเลตชนิดกึ่งหวาน 58% - 170 บาท
milk chocolate (ครึ่งโล) - 135 บาท
วิปครีม กล่องเล็ก - 60 บาท
ตะกร้อ (daiso) - 60 บาท
ที่ใส่ขนม (daiso) - 60 บาท
 
รวม 485 บาท
 
ราคานี้สามารถซื้อช็อคโกแลตในพาราก้อนหรูๆ ได้กล่องนึงเชียว แต่ข้อดีคือ มันสนุกและภูมิใจที่ได้ทำเอง
ถือว่าคุ้ม !
 
 
 
เอาล่ะ ต่อไปเป็นการดั้นด้นของฉันล่ะนะ คือ สูตรเขาดีนะคะ แต่ขั้นตอนการทำอาจจะทุลักทุเล เนื่องจากเจ้าของบล๊อกไม่เคยทำขนมช็อคโกแลตมาก่อน จะเป็นอย่างไร เอาล่ะ มาดูกัน 
 
เริ่มด้วยจากอุปกรณ์ที่ใช้ก่อนเลยนะคะ
 ช็อคโกแลต milk chocolate และวิปครีม
 ถ้วยตวง (ถ้าไ่ม่มีที่ชั่งก็ใช้ถ้วยตวงเอา่ค่ะ หวานกะปริมาณให้คือ 1/2 
 ที่ห่ออาหาร กับ ไม้ตี
 ถ้วยกระดาษ
 โอวันติน (ถ้ามีโกโก้ใช้โกโก้น่าจะดีนะคะ เราไม่มีใช้แต่โอวันตินอย่างเดียว)
 
 
 หลังจากนั้นก็เอาช็อคโกแลตใส่ลงไป (ในใจก็คิดถึงหวานว่า ... ใส่ไปเท่านี้มันพอหรือยัง ยัดลงไปอีกดีมั้ย ฮ่า)
 ตามด้วย milk chocolate มี 6 ก้อน (เขาบอกว่าครึ่งโล ดังนั้น ก็น่าจะใส่แค่ 1 ก้อน) เนื่องจากเอาแช่ตู้เย็นไว้มาแข็งมาก เอามีดหั่นก็ไม่ไหว เลยเอาฟาดกับขอบโต๊ะ Foot in mouth ปรากฏว่าได้เกินมาหน่อยนึง เอาน่ะหยวนล่ะกัน
 พอตวงช็อคโกแลตได้ปริมาณตามสูตรแล้วก็นำไปใส่ไว้ในภาชนะทนความร้อน 
 ส่วนอีกหม้อก็ตั้งเตาไว้เลย ตวงวิปครีมตามปริมาณแล้วก็เทลงไป เราใช้้ไฟกลางๆ ไม่แรงมากค่ะ
 
 
 วิปครีมมันเดือดเร็วเหมือนกันนะ 
 
 
 พอวิปครีมเดือด เราก็เทใส่ลงไปในช็อคโกแลต ตอนแรกนึกว่าวิปครีมมันน้อยไป แต่หวานบอกว่า วิปครีมมันจะน้อยกว่าช็อคโกแลต อา...โล่งอก เอาเป็นมาว่าถูกทางแล้ว
 หุ้มแร๊ฟไว้ตามสูตร ในใจก็ ..อิไวค์ช็อคทำไมมันก้อนบะเริ่มขนาดนั้น Foot in mouth
 
 
 หลังจากได้เวลาตามที่กำหนดแล้วก็ตีค่ะ คนไป คนไป....แขนจะผอมเพรียวก็งานนี้ สลับซ้ายบ้าง ขวาบ้าง เนื่องจากก้อนช็อคโกแลตมันใหญ่มาก เอาช้อนตัดๆ ให้เหลือก้อนเล็กๆ แล้ว มันก็ยังไม่ไ้ด้
 
โทรหาหวานสิครัฟ
 
ได้ความว่าถ้าไม่เอาไปนึ่ง ก็เอาเข้าไมโครเวฟ ด้วยความที่ไม่อยากนึ่ง ออมเลยจับยัดเข้าไมโครเวฟไป 5 นาที พอหลังจากนั้นช็อคโกแลตมันก็ละลายดีนะคะ เลยนำมาคนต่อ คนไปไ้ด้สัก 15 นาที ก็ยกเทใส่ชามแบบตามหวานบอก และนำเข้าตู้เย็น
 
 แต่ว่ามันมีอะไรแปลกๆ คือ มันมีน้ำสีน้ำตาลอ่อนๆ ไหลออกมาด้วย มันไม่เป็นเนื้อเดียวกันกับที่หวานบอกเลย พอจับยัดเข้าตู้เย็นไปได้สักพักก็โทรหาหวานอีกรอบ หวานบอกว่ามันต้องเป็นเนื้อเดียวกัน คล้ายๆ ครีม
 
ออมเลยเอาออกมาจากตู้เย็นแล้วมาคนต่อ แต่ว่ามันไม่ใช่อ่า...มันออกแข็งๆ เป็นขลุ่ยๆ โทรหาหวานอีกรอบ สรุป ต้องเซตช็อคโกแลตใหม่ ( ดีนะที่ไม่ต้องทิ้ง แต่จะได้กินมั้ยหนอ ลุ้นอยู่ในใจ Foot in mouth )
 
 วิธีการที่หวานบอก จำชื่อไม่ได้ แต่คล้ายการนึ่ง คือ ใช้กะทะใส่น้ำไว้ให้เดือด แล้วเอาช็อคโกแลตใส่ลงไปในหม้อทนความร้อน ต้มน้ำในกะทะให้เดือด หลังจากนั้นเอาหม้อวางลงในกะทะ แล้วก็ค่อยๆ คนช็อคโกแลตใหม่ ค่อยๆ คนไปเรื่อยๆ จนมันข้นเป็นเนื้อเดียวกัน ออมจำไม่ได้ว่าคนไปกี่นาที แต่คนจนพอให้ดูว่ามันเป็นเนื้อเดียวกัน
 
สุดท้ายก็ต้องเอามานึ่งอยู่ดี....อ้อ ... ใช้ไฟไม่แรงนะ เดี๋ยวช็อคโกแลตไหม้ หวานบอกมา (เกือบไป อยากให้มันเดือดเร็วๆ เกือบใช้ไฟแรงแล้ว)
 
 
 หลังจากเห็นว่าช็อคโกแลตมันดูเีนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ก็เทใส่ชามแบนๆ (ใช้จานข้าวมันนี่ล่ะ ฮ่า)
 อย่าเพิ่งเอาเข้าตู้เย็นนะ ! ต้องวางทิ้งไว้ข้างนอกใ้ห้มันเย็นก่อน ถามหวานว่ากี่นาที หวานบอกไม่รู้ ให้เอานิ้วเตะๆ ดูว่าเย็นหรือยัง ฮา (บ่งบอกเลยว่าฉันนี่ล่ะมือใหม่สุดซู้ดดด Foot in mouth)
 
 
 หลังจากเอาออกมาจากตู้เย็น ก็ถึงเวลาปั้นแล้วล่ะ พอตัดไปปั้น สังเกตเนื้อช็อคโกแลตข้างใน อา..พอมีหวังๆ Money mouth
 
 
 หวานแนะนำให้ใส่ถุงมือ แต่ไม่มี อนุโลมใช้ถุงพลาสติก (ใส่ข้าวแกงนี่ล่ะ) ได้จ้า ก็ปั้นไป ปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ ใส่ถุงก๊อปแก๊ปมันก็ปั้นไม่ค่อยกลม แบบมือใหม่ แถมใจร้อน พอเห็นว่าจะกลมก็พอใจและ
 
 
 ปั้นไปได้ทั้งหมด 12 ลูก พอดี ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง เป็นทีสนุกสนานกันไป
 
 
 
(เหมือนยาลูกกอนเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ)
 
 ปั้นเสร็จก็เอาเข้าไปแช่ตู้เย็น 10 นาที แล้วเอาออกมากลิ้งทับด้วยผงโอวันติน อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ
หลังจากชิมแ้ล้ว ถ้าได้ผงโกโก้น่าจะแจ่มกว่าผงโอวันตินนะ แต่พอดีที่บ้านไม่มีผงโกโก้ เลยใช้ผงโอวันตินแทน
 ออมเอาผงโอวันตินเทใส่มือแล้วเอาช็อคโกแลตที่ปั้นแล้วมากลิ้งๆ ให้ผงมันติดทั่วๆ ขั้นตอนนี้สนุกอ่ะ ชอบ  
 
 
 เสร็จทุกขั้นตอนก็จับ  Chocolate Truffles มาแต่งตัว ใส่ถ้วยกระดาษสีๆ กับใส่กล่องน่ารักๆ เป็นอันเสร็จสิ้น รอวันวาเลนไทน์ Money mouth
 
 เหยื่อ เอ้ย ผู้โชคดีที่ได้ชิม ก็มี พ่อ แม่ อามน (คนดูแลแม่) และพี่มิว ค่า 
 
 
 เชฟหวาน พาไปซื้ออุปกรณ์ วัสดุทุกสิ่งอย่าง สูตร ขั้นตอนการทำ แ้ละคำปรึกษาที่โทรไปหาตลอดทุกขั้นตอนการทำเลยด้วย 
 พี่ไอซ์ และหญิง ที่ช่วยบอกพิกัดร้านค่ะ
 พ่อ ที่ช่วยชิม Money mouth แม่ที่บ่นว่า อยากกินๆ เมื่อไหร่จะเสร็จ (พอทำเสร็จแม่ก็หนีไปนอน ซะงั้น)